Pages

Thursday, June 17, 2010

โคระ : ภูมิปัญญาการทำมาหากิน

2008 11 11 1004 โคระ : ภูมิปัญญาการทำมาหากิน
ภูมิปัญญาชาวบ้าน หมายถึง วิธีการจัดการ วิธีการชี้นำ และการริเริ่มเสริมต่อของนักปราชญ์
ในท้องถิ่นหรือในกลุ่ม ชน ภูมิปัญญาชาวบ้านล้วนสั่งสมงอกงามขึ้นจากความรอบรู้ ประสบการณ์
ผนวก ด้วยญาณทัศนะ(ความเฉียบคมในการหยั่งรู้ที่ลุ่มลึกกว่าวิสัยทัศน์) เป็นรากฐาน
ภูมิปัญญาชาวบ้าน ย่อมมีขึ้นเพื่อการปรับเปลี่ยนสภาพทรัพยากรและองค์ความรู้ที่มีอยู่เดิม
ให้ เพิ่มพูนคุณค่าขึ้นอย่างสอดประสาน และเหมาะสมกับบริบทต่างๆของสังคม หรือชุมชนของตน
ทั้งด้านระบบที่เผชิญอยู่ เช่น ภูมิปัญญาการปรับเปลี่ยนวิธียังชีพจากเพียงเพื่ออยู่ รอดไปสู่ภาวะมีกิน
มี อยู่มีใช้อย่างพอเพียง ภูมิปัญญาชาวบ้านย่อมให้ผลสัมฤทธิ์ที่เกื้อประโยชน์ต่อกลุ่มชนมากกว่าต่อ
ปัจเจก ชนสามารถขยายผลสืบส่งอย่างกว้างขวางและต่อ เนื่อง คนส่วนใหญ่ของกลุ่มสามารถรับเอาภูมิ
ปัญญานั้นๆ เข้าสู่วิถีชีวิตได้อย่างมีระบบและมีพลัง ภูมิปัญญาชาวบ้านที่ทรงคุณค่ายิ่ง และสืบ
ทอดต่อกันยาวนานจะค่อย ๆ ซึมซาบเข้าสู่นิสัยการคิดและการกระทำจนกลายเป็นสามัญลักษณะเป็น
ขนบนิยม หรือจริยวัตรปกติของคนรุ่นหลังๆ และหากถูกนำไปใช้ต่างยุคต่างสมัย หรือต่างสถานที่
หรือต่างกลุ่มชนที่ มีบริบทสอดแคล้วแตกต่างกัน


รากเหง้าของภูมิปัญญาชาวบ้านจึงมักเกี่ยวเนื่องกับการนำ “สภาวะ” ตามธรรมชาติที่อยู่ใน
วิสัยที่จะจัดได้หรือ “ภาวะ” ที่เกิดจาก การกระทำ การเสาะสร้างของคนรุ่นก่อนๆ มาปรับเปรอให้
เกื้อกูลแก่การดำรงชีพขั้น พื้นฐานหรือปัจจัย 4 อันได้แก่ อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่อง นุ่งห่ม และยาบำบัด
โรคภัยไข้เจ็บ แล้วภูมิปัญญาเหล่านั้นค่อยๆ แตกหน่อต่อยอดเป็นภูมิปัญญาเพื่อจรรโลงจิตใจเป็น
เครื่องประเทืองอารมณ์ อันได้แก่ ภูมิปัญญาประเภทงานช่างฝีมือ และศิลปกรรมพื้นบ้าน ตลอดจน
ภูมิปัญญา อันเป็นปทัสถานที่ยึดถือว่าเป็นความดีความงามตาม คติชน หรือคติชาวบ้าน
ภูมิปัญญา ชาวบ้านประเภทเพื่อการยังชีพมีขึ้นเพื่อการมีชีวิตอยู่รอด อยู่อย่างมีความสุขสบาย
ตามอัตภาพ เป็นภูมิปัญญาที่เกี่ยวกับ การเสาะหาปัจจัยพื้นฐานในการยังชีพของสังคมปฐมฐานยุคที่
มนุษย์เสาะหา ปัจจัยด้วยวิธีเก็บเกี่ยวและการใช้แรงงาน ได้แก่ วิธีทำมาหากิน วิธีเสาะหาและจัดการ
เกี่ยวกับปัจจัย 4 คือ ที่อยู่อาศัย อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค เป็นต้น ภูมิปัญญาเหล่านี้ค่อยๆ
เพิ่มพูนงอก งามขึ้น จนดูประหนึ่งเป็นสิ่งสามัญ

“โคระ” ถือเป็นภูมิปัญญาเพื่อการยังชีพ ที่เกี่ยวภูมิปัญญาที่เกี่ยวกับการทำมาหากิน ซึ่งเริ่ม
แต่ภูมิปัญญาการ เก็บเกี่ยว เช่น ภูมิปัญญาการหาของป่า ล่าสัตว์ ตีผึ้ง การทำและใช้เครื่องจับสัตว์
บก สัตว์น้ำ เช่น นก ปลา เสือ ช้าง ภูมิปัญญาเหล่านี้ค่อยพัฒนาขึ้นเป็นอาชีพ มีรูปแบบของ
เครื่องมือเครื่อง ใช้ เฉพาะตัว เฉพาะถิ่นขึ้น เช่น หน้าไม้ แร้ว ไซ เชงเลง หญุด ภูมิปัญญาในการ
เลือกพันธุ์ข้าวทำนา การไถ คราด หว่าน ดำ เป็นต้น

 โคระ :  ภูมิปัญญาการทำมาหากิน

โคระใช้สวมป้องกับแมลงในสวนจำปาดะ
ลักษณะและวิธีใช้โคระ
โคระ เป็นเครื่องสานที่ใช้ห่อหรือสวมผลไม้จำพวกขนุนและจำปาดะ เพื่อป้องกันตัวหนอน
ชอนไชทำความเสียหายให้กับผลไม้ โดยทั่วไปทำจากใบมะพร้าวสดหรือแห้งก็ได้ ถ้าเป็นใบแห้งต้อง
แช่น้ำก่อน 1 คืน เพื่อให้ใบคลี่สะดวกต่อการสาน การทำโคระ

วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ทำโคระ
1. ไม้เสียบทำจากก้านมะพร้าว
2. ทางมะพร้าว 2 ท่อน
3. มีด
4. เขียง

วิธีการทำโคระ
1. เริ่มด้วยเลือกทางมะพร้าวที่มีก้านใบสมบูรณ์ดีไม่มีรอยฉีกขาดหรือมีแต่น้อย
2. ตัดทางให้เป็นท่อนติดก้านใบข้างละ 3 ก้าน รวม 6 ก้าน นำท่อนทางที่ตัดแล้วจำนวน 2
ท่อนสานเข้าด้วยกัน
3. จับท่อนทางทั้งคู่หันหน้าเข้าหากัน สานขึ้นรูปทีละด้านด้วยลาขัด เมื่อขัดตอกได้ 4 ตาแล้ว
ใช้ก้านมะพร้าวทำเป็นหมุดกลัดตอกเส้นบนสุดของ ทั้งสองข้างไว้กันหลุด
4. พลิกไปสานด้านตรงข้ามต่อไป ขัดตอกตามวิธีเดิมจนได้ รูปคล้ายกรวย ปลายตอกทั้ง
สองของแต่ละท่อนทางจะ ไปรวมอยู่ด้านเดียวกัน
5. ขัดตอกตามวิธีเดิมจนใกล้สุดปลายตอกใบ รวบปลายใบขัดเป็นปม 2 ปม คล้ายผมเปีย ได้

รูปโคระที่เสร็จ สมบูรณ์
6. ถ้าต้องการทำโคระที่โตกว่า เพื่อใช้ห่อผลไม้ขนาดใหญ่ ทำได้โดยการตัดทางมะพร้าวให้
มีตอกใบข้างละ 5-7 ก้าน 2 ท่อน ได้ก้านใบ 20-28 ก้าน สานขึ้นรูปโดยวิธีเดียวกัน
ผู้ เฒ่ากับการสานโคระ
เกือบจะเป็นโคระ
โคระที่เสร็จแล้วพร้อมใช้งาน

ระยะ เวลาในการใช้โคระ
ชาวสวนใช้โคระสวมขนุนหรือจำปาดะตั้งแต่ยัง เป็นผลอ่อน อายุประมาณ 1 เดือน โดยสวม
ทางปากหรือก้นโคระก็ได้ แล้วปล่อยทิ้งไว้จนผลไม้เจริญเต็มที่ โคระก็จะขยายตัวยืดออกตามขนาด
ของ ผลไม้นั้น ๆ โคระแต่ละใบใช้ได้เพียงครั้งเดียว
โคระที่สวนจำปาดะบ้านตา ข้ำ
โคระ ภูมิปัญญาชาวบ้านภาคใต้ที่มีประโยชน์ต่อการทำมาหากินและวิถีดำเนินชีวิต อย่าง
เหมาะสม และ มีพลังมาช้านาน เป็น “ศาสตร์ชาวบ้าน” ที่มีข้อจำกัดเฉพาะถิ่นเฉพาะช่วงเวลา
และส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีการสืบต่อของ ภูมิปัญญา การจะดำรงไว้ซึ่งภูมิปัญญาต่าง ๆ จำเป็นจะต้อง
เล็งเห็นความ สำคัญของภูมิปัญญานั้น ๆ แล้วสืบสานต่อไปยังรุ่นลูกรุ่นหลานเพื่อดำรงไว้ซึ่งภูมิปัญญา
อัน ชาญฉลาดของบรรพบุรุษ
ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ นายข้ำ เครืออักษร อายุ 84 ปี บ้านเลขที่ 15 หมู่ที่ 4
ตำบลเกาะยอ อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา

ที่มา : แก้จน.com

Wednesday, June 16, 2010

'บานาน่าปรุงรส' ของกล้วย ๆ รวยได้!

“กล้วย” ผลไม้ไทย ๆ ที่ได้รับความนิยมจากคนทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็กไปจนถึงผู้ใหญ่ สามารถแปรรูปเป็นสินค้าต่าง ๆ ได้มากมาย อาทิ กล้วยปิ้ง กล้วยทอด กล้วยฉาบ ฯลฯ แต่วันนี้ทางทีมงาน “ช่องทางทำกิน” จะแนะนำให้รู้จักกับอีกผลิตภัณฑ์จากกล้วย ซึ่งสร้างงานสร้างรายได้ภายใต้แบรนด์ “บานาน่า” หรือกล้วยน้ำว้าปรุงรส

คุณจินตนา สะสำอางค์ วัย 42 ปี ผู้นำกลุ่มแม่บ้านสตรีพัฒนากล้วยน้ำว้าไทย ซึ่งทำ 'กล้วยปรุงรส' จำหน่าย เล่าว่า ได้แนวคิดมาจากช่วงที่กล้วยน้ำว้าล้นตลาด ในช่วงปี 2540 ซึ่งเป็นช่วงที่เธอเองก็รู้สึกอิ่มตัวกับงานบริษัทที่ทำอยู่ เบื่อความซ้ำซากจำเจในเมือง ประกอบกับสภาพวิกฤติเศรษฐกิจฟองสบู่แตกช่วงปี 2540 ทำให้ตัดสินใจหันหลังให้กับอาชีพลูกจ้างที่คุ้นเคยมากว่า 10 ปี

'จุด เริ่มต้นประกายความคิดคือช่วงนั้นมันฝรั่งยี่ห้อหนึ่งกำลังได้รับความนิยม มาก ทำให้นึกถึงกล้วยน้ำว้า ซึ่งนอกจากจะมีคุณค่าทางโภชนาการสูงแล้ว ยังมีรสชาติที่หวานต่างจากกล้วยชนิดอื่น ประกอบกับเป็นช่วงที่ผลผลิตกล้วยน้ำว้าล้นตลาด ราคาตก เลยพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส โดยนำกล้วยน้ำว้าไปทดลองปรุงรสต่าง ๆ ตามกระแส แล้วลองเอาไปให้เด็ก ๆ ชิมดู ก็เป็นที่ถูกอกถูกใจ จากนั้นก็ได้พัฒนาคิดสูตรรสชาติใหม่ ๆ ออกมาเรื่อย ๆ'

และจุด เปลี่ยนสำคัญของธุรกิจเกิดขึ้นเมื่อห้างเทสโก้โลตัสจัดพื้นที่พิเศษเพื่อ จำหน่ายสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือโอทอป ทำให้สินค้าบานาน่าได้มีโอกาสไปวางจำหน่าย ซึ่งช่วยเปิดช่องทางให้กับสินค้าท้องถิ่น จนวันนี้สมาชิกกลุ่มสตรีพัฒนาฯมีรายได้คนละ 10,000 -20,000 บาท/เดือน

ปัจจุบันสินค้าของ กลุ่มมี 10 รสคือ รสสาหร่าย รสบาร์บิคิว รสลาบ รสไก่ รสพิซซ่า รสช็อกโกแลต รสกุ้ง รสปาปริก้า รสมะเขือเทศ และรสชาเขียว ซึ่งทุกรสผ่านการรับรองจากคณะกรรมการอาหารและยา ได้รับมาตรฐานสินค้าโอทอป 5 ดาวและสถาบันรับรองอาหารฮาลาล

วัตถุดิบที่ใช้ในการทำ กล้วยปรุงรส ก็มี...กล้วยน้ำว้าดิบแก่จัด, น้ำตาลไอซิ่ง (มีส่วนผสมของแป้งสาลี 3% ช่วยลดความชื้น), พริกไทยป่น, เกลือ และน้ำมันสำหรับทอด

ส่วนวัสดุ-อุปกรณ์ในการทำ ก็เป็นพวก... กระทะ, เตาแก๊ส, ไม้พาย, กระด้ง, เครื่องฝานกล้วย, ตะแกรง, ทัพพี, เครื่องบดไฟฟ้า, กระดาษซับน้ำมัน, กะละมัง, มีด, เขียง ฯลฯ

ขั้น ตอนและวิธีการทำ ก็ไม่ยาก เครื่องปรุงก็ไม่ซับซ้อน ส่วนผสมหลัก ๆ ก็มีเครื่องเทศสมุนไพร เกลือ พริกไทยป่น น้ำตาลไอซิ่ง ถ้าต้องการรสชาติแบบไหนก็เพิ่มส่วนผสมนั้น ๆ ลงไป

ยกตัวอย่างวิธีการทำ 'กล้วยปรุงรส-รสสาหร่าย' เริ่มจากนำกล้วยที่เตรียมไว้ 6 หวีใหญ่ (เมื่อทอดออกมาแล้วจะได้น้ำหนักประมาณ 3 กก.) มาปอกเปลือก แล้วล้างด้วยน้ำสะอาด วางไว้ให้สะเด็ดน้ำ จากนั้นก็นำมาฝานเป็นชิ้น ๆ กะขนาดให้เท่า ๆ กัน นำลงทอดในน้ำมันที่อุณหภูมิ 100 องศา ใช้เวลาประมาณ 15 นาที สังเกตดูสีกล้วยให้เป็นสีเหลืองทอง ตักขึ้นทิ้งไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน ตั้งพักไว้สักครู่

นำสาหร่ายอบแห้งที่เตรียมไว้ 150 กรัม มาฉีกเป็นชิ้น ๆ ขนาดพอประมาณ แล้วบดให้ละเอียด จากนั้นก็นำมาคลุกเคล้ากับกล้วยที่ทอดเสร็จแล้ว ตามด้วยเครื่องปรุงรสคือ พริกไทยป่น เกลือป่น น้ำตาลไอซิ่ง ปริมาณตามต้องการ ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากับกล้วยทอด เพียงเท่านี้ก็จะได้กล้วยปรุงรสสาหร่ายที่อร่อยแล้ว

หรือถ้าปรุงเป็น 'กล้วยปรุงรส-รสลาบ' ก็ต้องเพิ่มข้าวคั่วบด พริกป่น มะนาวผง ผักชีลาวอบแห้งป่น ลงไป ขณะที่ 'กล้วยปรุงรส-รสบาร์บิคิว' ก็เพิ่มกระเทียมอบแห้ง หรือ 'กล้วยปรุงรส-รสปาปริก้า' ก็เพิ่มผงรสปาปริก้า 'กล้วยปรุงรส-รสพิซซ่า' เพิ่มผงรสพิซซ่า หรือ 'กล้วยปรุงรส-รสช็อกโกแลต' ใส่ผงช็อกโกแลต เป็นต้น

ความพิเศษของสินค้าคือ 'ส่วนผสมทุกอย่างต้องอบแห้งและบดให้ละเอียด ให้มีความชื้นน้อยที่สุด' เพื่อที่เวลาผสมกับกล้วยแล้วจะไม่เป็นก้อน !

สำหรับ ราคาขาย ขึ้นอยู่กับขนาดบรรจุ ถ้าขนาดบรรจุ 25 กรัม ราคา 3 บาท, บรรจุ 40 กรัม ราคา 5 บาท และบรรจุ 120 กรัม ราคา 20 บาท

'การทำต้องเลือก กล้วยที่แก่จัด จะมีความหวานกลมกล่อมเป็นธรรมชาติ ขนาดชิ้นก็สำคัญ จะต้องไม่บางมาก หรือหนาเกินไปจนทำให้กล้วยแข็งกระด้าง อมน้ำมัน และหัวใจสำคัญอีกอย่างก็คือ น้ำมันที่ใช้ทอดต้องใช้น้ำมันปาล์ม จะไม่หืน เพราะถ้ามีกลิ่นหืนก็จะทำให้เสียรส' คุณจินตนาเผยเคล็ดลับ

ใครสนใจ อยากลองชิมกล้วยปรุงรส 'บานาน่า' ก็ลองไปหาซื้อกันดู หรืออยากศึกษาดูงานทางคุณจินตนาก็บอกว่ายินดีต้อนรับ โดยติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มสตรีพัฒนากล้วยน้ำว้าไทย เลขที่ 22 หมู่ 3 ต.ทุ่งสมอ อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี โทร. 0-3465-9078, 08-1941-5469, 08-1408-7889

อาจจะแค่ 'กล้วย' แต่บวกไอเดียดี ๆ ก็รวยได้!

คู่มือลงทุน..กล้วย น้ำว้าปรุงรส
ทุนอุปกรณ์ ประมาณ 40,000 บาท
ทุน วัตถุดิบ ไม่เกิน 60% ของราคาขาย
รายได้ 120 กรัม ราคา 20 บาท
แรงงาน 1-2 คนขึ้นไป
ตลาด ร้านค้าทั่วไป, ส่งเข้าห้าง
จุดน่าสนใจ คนไทยให้ความนิยมทาน

เชาวลี ชุมขำ - ธีพร บรรจงเปลี่ยน : รายงาน
จเร รัตนราตรี : ภาพ
ที่มา : http://women.sanook.com/work/108jobs/108jobs_39645.php

Saturday, June 5, 2010

วัด-มูลนิธิ แหล่งช็อปใหม่เสื้อผ้ามือสอง

ยุคข้าวยากหมากแพงสมัยนี้ เงินทองหายากเย็นเหลือเกินไม่ว่าจะหยิบจับข้าวของอะไรราคาก็แพงหูฉี่ ดูดเงินในกระเป๋าของขาช็อปได้ดีเหลือเกิน ทางเลือกหนึ่งที่พอจะช่วย ได้นั่นคือ... ของมือสอง โดยเฉพาะเสื้อผ้ามือสองที่มีร้านค้า ผุดขึ้นราวกับดอกเห็ด เพราะด้วยจุดเด่นที่ราคาไม่แพง เจาะกลุ่มเป้าหมายของลูกค้าได้ทุกระดับ บวกกับช่องการจัดจำหน่ายก็ซื้อง่ายขายคล่อง ส่งผลให้เกิดพ่อค้า แม่ค้าหน้าใหม่เกิดขึ้นกันมากมาย

เสื้อผ้ามือสองแหล่ง เสื้อผ้ามือสองที่บรรดาพ่อค้า แม่ค้านิยมหาซื้อนำมาขายนั้นที่รู้จักกันดีในก็คงหนีไม่พ้น ตลาดโรง เกลือ จ.สระแก้ว และตลาดตามชายแดนภาคใต้ แต่ระยะหลังพ่อค้า แม่ค้า เจอปัญหาของปลอมเสื้อผ้าไม่มีคุณภาพ อีกอย่างค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปซื้อก็เพิ่มสูงขึ้น ทั้งค่าน้ำมัน ค่าอาหารการกินต่างๆ จึงเปลี่ยนแหล่งเลือกซื้อเสื้อผ้ามือสอง มาเป็นที่ วัด และมูลนิธิต่างๆ ที่รับบริจาคเสื้อผ้าที่ใช้แล้ว จึงเป็นแหล่งที่พ่อค้าแม่ค้านิยมมาหาเลือกซื้อเสื้อผ้ามือสอง เพราะด้วยราคาที่ถูกแสนถูกบวกกับสามารถเลือกเสื้อผ้ากันได้อย่างจุใจ มีมากมายหลายแบบ ทั้งเสื้อผ้าเด็ก ผู้ใหญ่ ชุดนักเรียน ชุดทำงาน ชนิดที่ว่าใครมาก่อนก็มีโอกาสเลือกได้ก่อน

วัดและมูลนิธิจึงกลาย เป็นแหล่งกำเนิดเสื้อผ้ามือสองยอดฮิตอยู่ในเวลานี้ เพราะในแต่ละวันจะมีพ่อค้าแม่ค้าหมุนเวียนมาเลือกซื้อเสื้อผ้านับร้อยคน ซึ่งวัดที่ทุกคนรู้จักกันดีอย่าง "วัดสวนแก้ว" ถือเป็นตลาดยอดฮิตที่มีบรรดาพ่อค้า แม่ค้า เดินทางมาเลือกซื้อเสื้อผ้ามือสองกันอย่างคึกคัก และแทบจะทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่ามาเลือกซื้อเสื้อผ้ามือสองที่วัดแห่ง นี้ เพราะราคาถูกและเลือกเสื้อผ้าได้อย่างเต็มที่ไม่จำกัดเวลา ชนิดที่ใครดีใครได้

เสื้อผ้ามือสองเสียง ยืนยันจากแม่ค้าขายเสื้อผ้ามือสองย่านโรงเรียนเรวดีอย่าง "ป้าแว่น" วัย 61 ปี บอกถึงการมาเลือกซื้อเสื้อผ้ามือสองที่วัดสวนแก้วว่า เสื้อผ้ามือสองที่วัดสวนแก้วจะมีมากมายหลายชนิดหลายแบบ ทั้งเสื้อผ้าของเด็กและผู้ใหญ่ ราคาไม่แพง มีตั้งแต่ตัวละ 1 บาท สามตัว 10 บาท ตัวละ 10 บาท อยู่ที่สภาพของเสื้อผ้า อีกอย่างสามารถเลือกได้อย่างจุใจไม่มีเวลาจำกัด ใครมีเวลามากและเลือกเป็นก็จะได้เสื้อผ้าดีๆ ไปขาย

"ที่แม่ค้าเสื้อ ผ้ามือสองหันมาซื้อเสื้อผ้าที่วัดไปขายกันมากนั้น เพราะการเดินทางมาที่วัดค่อนข้างสะดวกสบาย รวมทั้งต้นทุนที่ซื้อมาต่ำจึงตั้งราคาขายได้ง่ายไม่ต้องสูงมากนัก ซึ่งราคาขายก็จะอยู่ระหว่างตัวละ 30-50 บาท อยู่ที่แบบของเสื้อผ้า ลูกค้าเห็นก็จะตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น เนื่องจากราคาไม่แพงเหมือนกับเสื้อผ้ามือหนึ่ง" ป้าแว่นอธิบาย

เสื้อผ้ามือสองอีก หนึ่งแม่ค้าเสื้อผ้ามือสองย่านตลาดนัดบางลำพู ที่มาเลือกซื้อเสื้อผ้ามือสองจากวัดสวนแก้วไปขายต่อเป็นประจำ อย่าง ฤวดี วัย 35 เล่าว่า ที่มาเลือกซื้อเสื้อผ้ามือสองที่วัดไปขายต่อก็เพราะการเดินทางมาซื้อสะดวก สบายแต่ละเดือนก็จะมาซื้อประมาณสองครั้ง ที่สำคัญราคาไม่แพง มีเสื้อผ้าหลายชนิดให้เลือก หากเลือกดีๆ ก็จะได้เสื้อผ้าสภาพดีๆ ไปขายก็จะได้ราคาขายที่ดีตามไปด้วย ซึ่งเสื้อผ้าที่เลือกไปขายจะเป็นเสื้อผ้าวัยรุ่น เพราะวัยรุ่นชอบเปลี่ยนเสื้อผ้าบ่อยและไม่อยากซื้อของแพง

"เสื้อผ้า มือสองที่ซื้อมาก็จะนำไปซักแล้วลงน้ำยาปรับผ้านุ่ม ก็จะทำให้เสื้อผ้าดูใหม่ น่าใส่มากขึ้น และสามารถตั้งราคาได้สูงขึ้นด้วย อย่างกางเกงยีนส์ก็จะอยู่ระหว่างตัวละ 70-100 บาท ยอมรับว่ามีแม่ค้าหันมาขายเสื้อผ้ามือสองกันมากขึ้น เพราะลงทุนต่ำ ซื้อขายกันได้ง่าย"

ใครจะนึกถึงว่าสมัยนี้ "วัด" ไม่ได้เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นแหล่งกำเหนิดของแฟชั่นเสื้อผ้ามือสองไปอีกด้วย
ที่มา : http://women.sanook.com/work/108jobs/108jobs_49366.php

Thursday, June 3, 2010

โอกาสทางธุรกิจ

หลากหลายท่านในที่นี่คงมีบางท่านกำลังเบื่อกับ ทำงานประจำเริ่มรู้สึกเหนื่อยกับการเป็น ลูกจ้าง หรือ การทำงานให้คนอื่น และตอนนี้กำลังมองหาอะไรก็ได้ที่ทำ เพื่อตนเอง กำลังมองหา ธุรกิจ หรืออยากมี กิจการเป็นของตนเอง และนี่ก็เป็นสุดยอด โอกาสทาง ธุรกิจ ของคุณด้วยเงิน ลงทุนที่ต่ำแต่ผลตอบแทนโดยเฉลี่ยคือ 30,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป

โดยปกแล้วเมื่อคนทำ งานประจำ ไปซักระยะจะเริ่มอยากมี กิจการ เป็นของตนเอง และเริ่มมองหาธุรกิจ แต่ในความเป็นจริง สิ่งเหล่านี้ต้องมี การ ลงทุน และการลงทุนจะตามมาด้วย ความเสี่ยง อยู่เสมอ ทำให้หลายๆคนมีความคิดว่า การทำ ธุรกิจ นั้นต้องเป็นคนมี เงิน หมื่น หรือ เงินแสน ถึงจะทำธุรกิจได้ ทำให้หลายๆคน ตัดใจที่จะมีกิจการเป็นของตนเองไป

ด้วยธุรกิจของเรา ทำให้คุณได้เป็น เจ้า ของกิจการ และเรียนรู้น ระบบ สนับสนุน ที่เรามีให้ ทั้งการให้ความรู้ด้านแนวคิด ระบบการจัดด้านบัญชี การสำรองสินค้าและการทำประชาสัมพันธ์ คุณสามารถเป็น เจ้าของกิจการ ด้วยเงินลงทุนเล็กน้อยเพียง 3,500 บาท นี่จึงเป็นสิ่งที่บอกว่าด้วยธุรกิจนี้ไม่ว่าใครก็สามารถเป็น เจ้าของกิจการ ได้


ธุรกิจนี้เหมาะ กับ...

ผู้อยากมีกิจการเป็นของตนเอง แต่มีเงินลงทุนที่ไม่มากนัก
ผู้ที่ชอบเรียนรู้และมองโอกาสธุรกิจใหม่ๆ อยู่เสมอ
ผู้ที่ชอบลงทุนทำธุรกิจและอยากเปลี่ยนกิจการหรือธุรกิจ

บทความจาก : http://business.workoncyber.com/
ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง : งานพิเศษ

Wednesday, June 2, 2010

อาชีพเสริมรายได้



งานออนไลน์ 100% นั่งทำที่บ้าน แจกแว็บขยายงานฟรี กับกิฟฟารีนออนไลน์


หางาน
ในธุรกิจแบบเดิมๆ คุณเคยเจอปัญหานี้หรือไม่….. ??????

1. ขยายงานโดยการชักชวนเพื่อนๆ ชักชวนคนรู้จัก จนวันหนึ่งไม่มีใครให้คุณได้ชักชวนอีกแล้ว..

…….. คนที่คุณเคยชักชวน เขายังเป็นมิตรที่ดีกับคุณอยู่ไหม ??????

2.ต้องลงทุนซื้อของเพื่อไปขายต่อ หรือลงทุนซื้อของเพื่อรักษาตำแหน่ง

…….มันคงไม่คุ้มนัก หากต้องสร้างภาระหนี้ให้ตัวเอง ??????

3. เดินทางไปหาสมาชิกเพื่อส่งสินค้าให้ หรือเพื่อประสานงาน ทั้งเปลืองน้ำมัน

ทั้งเหน็ดเหนื่อย จากงานประจำอยู่แล้ว

…….แล้วเวลาให้ครอบครัวล่ะ คุณจะเอาเวลาไหนดี ??????

งานพิเศษ


เราเป็นทางเลือกที่แก้ปัญหาให้คุณได้


เราเป็น ทีมงานออนไลน์ 100% ที่ทำธุรกิจกิฟฟารีน

คุณไม่ต้องชักชวนคนรู้จักให้มาทำธุรกิจอีกต่อ ไป

ไม่ต้องลงทุนเพื่อรักษายอด

ไม่ต้องขายใครอีกต่อไป ไม่ต้องมีการเดินทางแบบเดิมๆ

เพราะเวลาของคุณมี ค่าสำหรับตัวคุณเองและครอบครัว

หากคุณสมัครกับเรา สิ่งที่คุณจะได้รับ คือ

1. เว็บ ในการแนะนำคนให้เข้ามาสมัคร เราให้เว็บคุณฟรีๆ และเป็นเว็บที่ให้คุณใช้ได้จริงๆ เป็นเว็บห้องทำงานของคุณเอง คุณ ทำงานแบบไม่ต้องไปเจอใครเลย
ด้วยคนเล่น internet กว่า 17 ล้าน คนทั่วไทย เขาจะมาสมัครกับคุณเอง
คุณไม่ต้องไปง้อใครอีกแล้ว และอีกไม่นานกิฟฟารีนจะขยายเครือข่ายไปอีกหลายประเทศทั่วโลก


2. คุณจะได้รับสิทธิประโยชน์จาก กิฟฟารีน ประกันอุบัติเหตุมูลค่ามากกว่าแสน
ส่วนลดสินค้าในราคาสมาชิก 25%
3. คุณไม่ต้องต่ออายุสมาชิกอีก คุณสมัครแค่ 180 บาท คุณก็เป็นสมาชิก เพื่อซื้อสินค้า หรือเพื่อทำธุรกิจได้ตลอดชีพ

ที่สำคัญตำแหน่งไม่มีทางลด

ไม่ต้องรักษายอดเพื่อรักษา ตำแหน่งเลย

เรา เป็นทีมงานที่ทำงานด้วยมิตรภาพ เราพร้อมจะช่วยเหลือคุณ

เราไม่กดดันคุณ

เรายอมรับในการทำงานและการตัดสินใจของคุณเสมอ