Pages

Wednesday, September 25, 2013

รับจ้างเขียนบทความ เป็นอาชีพได้จริงหรือ?



ปัจจุบัน ยุคอินเตอร์เน็ตเปลี่ยนแปลงหลายสิ่งหลายอย่างไปอย่างสิ้นเชิง ทำให้เกิดทั้งวิกฤตและโอกาสขึ้นมากมาย อาชีพเก่าล้าสมัยก็ค่อยๆถูกกลืนลงไป เช่นเดียวกันก็ได้เกิดอาชีพใหม่ๆ หนึ่งในนั้นก็คือ การรับจ้างเขียนบทความ

การเขียนบทความนั้นมีหลายประเภท เช่น บทความทางวิชาการ บทความเชิงให้ความรู้ แต่ในที่นี้เราจะพูดถึงการรับจ้างเขียนบทความสำหรับเว็บไซต์ ซึ่งมีความต้องการเพิ่มขึ้นสูงมากในเวลานี้

ในมุมมองของเจ้าของเว็บไซต์(อาจเป็นลูกค้าหรือตัวเราเอง)นั้น การมีบทความในเว็บไซต์เพิ่มขึ้นนั้นมีจุดมุ่งหมายหลายประการ อาทิ
  • เป็นการแนะนำสินค้าหรือบริการให้กับลูกค้า
  • เป็นข้อมูลทางเลือกให้กับลูกค้า
  • เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจกับลูกค้า
  • เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าใหม่ๆ
  • เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์
  • อื่นๆอีกมากมาย...

สิ่งที่จำเป็นก่อนเริ่มอาชีพการเขียนบทความ

ศึกษาเรื่องที่จะเขียนให้เข้าใจในระดับนึง หากมีประสบการณ์ตรงได้จะดีมาก แต่หากไม่มีก็อาศัยอ่านหนังสือหรือเว็บไซต์อื่นๆ พูดคุยกับผู้มีความรู้ 

SEO เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องเข้าใจหากคุณต้องการเขียนบทความ เพราะจะทำให้เว็บไซต์ดึงดูดลูกค้าได้ตรงเป้าหมายยิ่งขึ้น เช่น การแทรก keyword ที่เกี่ยวข้องลงไปในบทความ เพื่อให้ Google นำบทความเราไปจัดอันดับใน keyword ที่เราแทรกลงไปได้

การเขียนบทความในลักษณะ rewriting คือการรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆแล้วนำมาเขียนใหม่ในสำนวนของเราเอง ใช้ได้ดีหากเรานำเสนอเฉพาะส่วนที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายถ้าจะให้ดีควรเพิ่มเติมสิ่งใหม่ๆเข้าไปด้วย การรีไรท์ไม่ใช่การก็อปปี้บทความหรือ spinning บทความที่ใช้กระบวนการแทนที่คำศัพท์คำต่อคำ

อัตราการรับจ้างเขียนบทความ

อัตราค่าบริการจะอยู่ที่ 50-150 บาทต่อ 500 คำ(ภาษาไทย) ทั้งนี้ขึ้นกับความพอใจเป็นหลัก ระยะเวลาส่งมอบงาน คุณภาพบทความ ความน่าเชื่อถือ เป็นปัจจัยด้านคุณภาพทั้งสิ้น หากคิดราคาสูงแต่ได้งานคุณภาพดีก็แฮปปี้กันทั้งสองฝ่าย

หรือสามารถที่จะเข้าร่วมกับเว็บไซต์รับจ้างต่างๆ(ภาษาอังกฤษ) เช่น elance.com odesk.com ซึ่งเว็บเหล่านี้จะมีลูกค้าอยู่มากมาย เราสามารถที่จะเริ่มรับงานและสร้างคอนเน็คชั่นกับลูกค้าได้จากเว็บเหล่านี้

ขอเสริมว่าหากต้องการบทความที่โดนใจคนอ่าน ก็ต้องเขียนบทความลักษณะที่มองในมุมของคนอ่านเป็นหลัก บทความที่เป็น unique+keyword ก็น่าจะเพียงพอสำหรับติด Google เพียงแต่ในระยะยาวคนอ่านจะไม่สามารถจำเว็บไซต์เราได้เลยหากพวกเค้าเจอแต่บทความที่ดูน่าเบื่อหรือไม่มีเอกลักษณ์

คุณสามารถเริ่มต้นการเขียนบทความจากการทำเป็นพาร์ทไทม์ได้ และถ้าหากมีความเชี่ยวชาญและฐานลูกค้าจำนวนหนึ่งแล้ว มันก็จะกลายเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ของคุณ

Thursday, September 5, 2013

เทียนหอมอโรม่า สินค้าทำเงินที่น่าจับตา













รูป ลักษณ์ของเทียนมีการพัฒนามาเรื่อย ๆ แต่เดิมที่เป็นแท่งทรงกลมยาว ได้ถูกออกแบบให้มีรูปแบบหลากหลายขึ้น เริ่มจากการแกะสลักเทียนแท่งกลมเป็นรูปร่างต่าง ๆ จนพัฒนามาถึงขั้นหล่อขึ้นรูปเทียนเป็นรูปทรงต่าง ๆ ตามพิมพ์ที่ออกแบบไว้ เทียนนอกจากจะให้แสงสว่างแล้ว ถ้าเราเพิ่มกลิ่นหอมเข้าไปมันก็สามารถสร้างมูลค่าให้กับเทียนสามารถขายได้ราคาดี
เมื่อก่อนเทียนหอมมักจะรู้จักกันในรูปแบบเทียนหอมไล่ยุง หรือเทียนหอมไล่แมลงต่าง ๆ แต่เทียนหอมที่เรานำข้อมูลมาเสนอวันนี้คือ “เทียนหอมอโรม่า” ค่ะ เป็นเทียนหอมที่ผสมน้ำมันหอมระเหยกลิ่นผ่อนคลาย มีกลิ่นต่าง ๆ เช่น กลิ่นลาเวนเดอร์ กลิ่นส้ม กลิ่นมะลิ กลิ่นซิตรัส เป็นต้น เทียนหอมอโรม่านี้ สามารถขายได้ทั้งลูกค้าปลีกและส่งให้กับสถาบันความงามต่าง ๆ ซึ่งสถาบันเหล่านี้จะซื้อไปจุดสร้างบรรยากาศให้ลูกค้าที่มารับบริการนวดตัว นวดหน้า ขัดผิว สปาผิว เป็นต้น

อุปกรณ์สำหรับทำเทียนหอมอโรม่า

  1. หม้อสแตนเลสไว้ละลายเทียน
  2. แม่พิมพ์เทียน จะใช้แม่พิมพ์ขนมแบบสแตนเลส หรือแม่พิมพ์เทียนโดยเฉพาะก็ได้
  3. ทัพพีกลมสำหรับไว้ตักเทียนหยอดแม่พิมพ์และคนเทียนให้ละลาย
  4. กรรไกรสำหรับตัดแต่ง
  5. เหล็กแหลมสำหรับปักไส้เทียน

วัตถุดิบสำหรับทำเทียนหอมอโรม่า

  1. พาราฟินสำหรับทำเทียน มีลักษณะเป็นของแข็งใส 1 กิโลกรัม
  2. สเตียรีน 8 ช้อนโต๊ะ
  3. ไมโครแวกซ์ ทำให้เทียนขึ้นรูปง่าย มีความหนืด 300 กรัม
  4. ไส้เทียน 1 เมตร
  5. น้ำมันหอมระเหยกลิ่นอะไรก็ได้ 50 กรัม
  6. สีเทียนสำเร็จรูป

วิธีทำ

  1. ละลายพาราฟินในหม้อใช้ไฟอ่อน โดยปกติฟาราฟินจะหลอมละลายในอุณหภูมิ 50-60 องศาเซลเซียส
  2. เมื่อพาราฟินละลายแล้วใส่สีเทียนสำเร็จรูปลงไป คนให้สีละลายสม่ำเสมอ
  3. ใส่ใส้เทียนลงในพิมพ์ให้สูงกว่าพิมพ์ประมาณ 5 เซนติเมตร ตักน้ำเทียนเทลงใส่พิมพ์ในขณะทีกำลังร้อน
  4. รอให้เทียนแข็งตัวก็นำไปขายได้

กำไร

ต้นทุนการทำเทียนอโรม่าจะอยู่ที่ประมาณ 40% ของราคาขาย ส่วนกำไรนั้นค่อนข้างสูงทีเดียวคือ 60%

แหล่งซื้อวัตถุดิบทำเทียนและอุปกรณ์

แหล่งใหญ่ ๆ อยู่ที่พาหุรัตน์และจตุจักร

 

ทำแล้วเอาไปขายได้ที่ไหน

อย่างที่บอกถ้าเราไม่ขายปลีกก็นำไปส่งตามสถาบันความงาม แต่ถ้าจังหวัดที่ท่านอยู่หาที่ส่งยากก็ลองขายเองดูก็ได้ เทียนหอมอโรม่าขาย ไม่ยาก จะเปิดแผงขายที่ตลาดนัดก็เข้าที จัดร้านให้สวยงามจะได้ดึงดูดลูกค้า และอย่าลืมจุดเทียนหอมสัก 1 กลิ่นเพื่อดึงดูดความสนใจของลูกค้า เป็นการประชาสัมพันธ์สินค้าไปในตัว หรือจะขายออนไลน์ก็ได้โดยการเปิดเว็บไซน์ขึ้นมาสักเว็บไซต์หนึ่ง ขายผ่านเว็บไซต์เดี๋ยวนี้ไม่ต้องลงทุนมาก เพราะมีหลายเว็บให้บริการเปิดร้านค้าฟรี กลุ่มลูกค้าจะกว้างขึ้น

เทียนหอมอโรม่าเพิ่มมูลค่ายังไง

เทียน หอมที่เราหลอมใส่พิมพ์แบบธรรมดา มีสีเดียวรูปร่างก็ไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหรแน่นอนว่าราคาก็จะธรรมดาตามไปด้วย ลองทำเทียนหอมอโรม่าในรูปแบบอื่น ๆ เช่น รูปดอกไม้ รูปตุ๊กตา ซึ่งการทำเทียนหอมอโรม่าในรูปแบบนี้ต้องอาศัยฝีมืออยู่เหมือนกัน
การ ทำเทียนหอมอโรม่าไม่ได้มีแต่วิธีหลอมอย่างเดียว ถ้าสนใจทำเทียนในรูปลักษณ์แปลกตาท่านอาจจะซื้อพิมพ์เทียนแบบกดหรือไปเรียน วิธีปั้นขึ้นรูปเทียนในรูปแบบอื่น ๆ เพิ่มเติม ยิ่งเทียนมีรูปลักษณ์ที่สวยแปลกตาขึ้นเท่าไหร่ ราคาขายจะสูงขึ้นเท่านั้น
ถ้า ไม่มีฝีมือประดิบประดอยเทียนจะลองจัดเทียนหอมใส่แพ็กเกจสวย ๆ ขายดูก็ได้ จะได้ดูน่าซื้อขึ้น ถ้ามีแพ็กเกจเราสามารถพิมพ์ข้อมูลของกลิ่นเทียนเพื่อจูงใจลูกค้าได้ อาทิเช่น เทียนหอมอโรม่ากลิ่นลาเวนเดอร์ เราอาจจะพิมพ์คำโฆษณาลงไปว่า “เทียนหอมกลิ่นลาเวนเดอร์ ผ่อนคลายความเมื่อยล้า ช่วยให้หลับสบาย” เป็นต้น
การ ขายเทียนหอมอโรม่าทีละมาก ๆ ในรูปแบบของของชำร่วยก็น่าสนใจอยู่เหมือนกัน และยิ่งมีการบริการออกแบบเทียนหอมตามใจลูกค้าด้วยยิ่งดีใหญ่ เช่น การเขียนข้อความลงบนเทียนหอม หรือการปั้นเทียนหอมเป็นตุ๊กตาเจ้าบ่าวเจ้าสาวเป็นต้น
ตลาด ขายเทียนหอมยังเปิดกว้างอยู่ทั้งเทียนหอมไล่ยุงและเทียนหอมกลิ่นอโรม่า ถึงจะมีคู่แข่งเยอะ ถ้าตั้งใจทำจริง ๆ และหาจุดขายให้แปลกจากของคนอื่นแล้วล่ะก็ เทียนหอมอโรม่าของคุณก็จะสามารถครองตลาดได้เหมือนกัน

ที่มา: ohomakemoney.com