Pages

Wednesday, September 25, 2013

รับจ้างเขียนบทความ เป็นอาชีพได้จริงหรือ?



ปัจจุบัน ยุคอินเตอร์เน็ตเปลี่ยนแปลงหลายสิ่งหลายอย่างไปอย่างสิ้นเชิง ทำให้เกิดทั้งวิกฤตและโอกาสขึ้นมากมาย อาชีพเก่าล้าสมัยก็ค่อยๆถูกกลืนลงไป เช่นเดียวกันก็ได้เกิดอาชีพใหม่ๆ หนึ่งในนั้นก็คือ การรับจ้างเขียนบทความ

การเขียนบทความนั้นมีหลายประเภท เช่น บทความทางวิชาการ บทความเชิงให้ความรู้ แต่ในที่นี้เราจะพูดถึงการรับจ้างเขียนบทความสำหรับเว็บไซต์ ซึ่งมีความต้องการเพิ่มขึ้นสูงมากในเวลานี้

ในมุมมองของเจ้าของเว็บไซต์(อาจเป็นลูกค้าหรือตัวเราเอง)นั้น การมีบทความในเว็บไซต์เพิ่มขึ้นนั้นมีจุดมุ่งหมายหลายประการ อาทิ
  • เป็นการแนะนำสินค้าหรือบริการให้กับลูกค้า
  • เป็นข้อมูลทางเลือกให้กับลูกค้า
  • เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจกับลูกค้า
  • เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าใหม่ๆ
  • เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์
  • อื่นๆอีกมากมาย...

สิ่งที่จำเป็นก่อนเริ่มอาชีพการเขียนบทความ

ศึกษาเรื่องที่จะเขียนให้เข้าใจในระดับนึง หากมีประสบการณ์ตรงได้จะดีมาก แต่หากไม่มีก็อาศัยอ่านหนังสือหรือเว็บไซต์อื่นๆ พูดคุยกับผู้มีความรู้ 

SEO เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องเข้าใจหากคุณต้องการเขียนบทความ เพราะจะทำให้เว็บไซต์ดึงดูดลูกค้าได้ตรงเป้าหมายยิ่งขึ้น เช่น การแทรก keyword ที่เกี่ยวข้องลงไปในบทความ เพื่อให้ Google นำบทความเราไปจัดอันดับใน keyword ที่เราแทรกลงไปได้

การเขียนบทความในลักษณะ rewriting คือการรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆแล้วนำมาเขียนใหม่ในสำนวนของเราเอง ใช้ได้ดีหากเรานำเสนอเฉพาะส่วนที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายถ้าจะให้ดีควรเพิ่มเติมสิ่งใหม่ๆเข้าไปด้วย การรีไรท์ไม่ใช่การก็อปปี้บทความหรือ spinning บทความที่ใช้กระบวนการแทนที่คำศัพท์คำต่อคำ

อัตราการรับจ้างเขียนบทความ

อัตราค่าบริการจะอยู่ที่ 50-150 บาทต่อ 500 คำ(ภาษาไทย) ทั้งนี้ขึ้นกับความพอใจเป็นหลัก ระยะเวลาส่งมอบงาน คุณภาพบทความ ความน่าเชื่อถือ เป็นปัจจัยด้านคุณภาพทั้งสิ้น หากคิดราคาสูงแต่ได้งานคุณภาพดีก็แฮปปี้กันทั้งสองฝ่าย

หรือสามารถที่จะเข้าร่วมกับเว็บไซต์รับจ้างต่างๆ(ภาษาอังกฤษ) เช่น elance.com odesk.com ซึ่งเว็บเหล่านี้จะมีลูกค้าอยู่มากมาย เราสามารถที่จะเริ่มรับงานและสร้างคอนเน็คชั่นกับลูกค้าได้จากเว็บเหล่านี้

ขอเสริมว่าหากต้องการบทความที่โดนใจคนอ่าน ก็ต้องเขียนบทความลักษณะที่มองในมุมของคนอ่านเป็นหลัก บทความที่เป็น unique+keyword ก็น่าจะเพียงพอสำหรับติด Google เพียงแต่ในระยะยาวคนอ่านจะไม่สามารถจำเว็บไซต์เราได้เลยหากพวกเค้าเจอแต่บทความที่ดูน่าเบื่อหรือไม่มีเอกลักษณ์

คุณสามารถเริ่มต้นการเขียนบทความจากการทำเป็นพาร์ทไทม์ได้ และถ้าหากมีความเชี่ยวชาญและฐานลูกค้าจำนวนหนึ่งแล้ว มันก็จะกลายเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ของคุณ

Thursday, September 5, 2013

เทียนหอมอโรม่า สินค้าทำเงินที่น่าจับตา













รูป ลักษณ์ของเทียนมีการพัฒนามาเรื่อย ๆ แต่เดิมที่เป็นแท่งทรงกลมยาว ได้ถูกออกแบบให้มีรูปแบบหลากหลายขึ้น เริ่มจากการแกะสลักเทียนแท่งกลมเป็นรูปร่างต่าง ๆ จนพัฒนามาถึงขั้นหล่อขึ้นรูปเทียนเป็นรูปทรงต่าง ๆ ตามพิมพ์ที่ออกแบบไว้ เทียนนอกจากจะให้แสงสว่างแล้ว ถ้าเราเพิ่มกลิ่นหอมเข้าไปมันก็สามารถสร้างมูลค่าให้กับเทียนสามารถขายได้ราคาดี
เมื่อก่อนเทียนหอมมักจะรู้จักกันในรูปแบบเทียนหอมไล่ยุง หรือเทียนหอมไล่แมลงต่าง ๆ แต่เทียนหอมที่เรานำข้อมูลมาเสนอวันนี้คือ “เทียนหอมอโรม่า” ค่ะ เป็นเทียนหอมที่ผสมน้ำมันหอมระเหยกลิ่นผ่อนคลาย มีกลิ่นต่าง ๆ เช่น กลิ่นลาเวนเดอร์ กลิ่นส้ม กลิ่นมะลิ กลิ่นซิตรัส เป็นต้น เทียนหอมอโรม่านี้ สามารถขายได้ทั้งลูกค้าปลีกและส่งให้กับสถาบันความงามต่าง ๆ ซึ่งสถาบันเหล่านี้จะซื้อไปจุดสร้างบรรยากาศให้ลูกค้าที่มารับบริการนวดตัว นวดหน้า ขัดผิว สปาผิว เป็นต้น

อุปกรณ์สำหรับทำเทียนหอมอโรม่า

  1. หม้อสแตนเลสไว้ละลายเทียน
  2. แม่พิมพ์เทียน จะใช้แม่พิมพ์ขนมแบบสแตนเลส หรือแม่พิมพ์เทียนโดยเฉพาะก็ได้
  3. ทัพพีกลมสำหรับไว้ตักเทียนหยอดแม่พิมพ์และคนเทียนให้ละลาย
  4. กรรไกรสำหรับตัดแต่ง
  5. เหล็กแหลมสำหรับปักไส้เทียน

วัตถุดิบสำหรับทำเทียนหอมอโรม่า

  1. พาราฟินสำหรับทำเทียน มีลักษณะเป็นของแข็งใส 1 กิโลกรัม
  2. สเตียรีน 8 ช้อนโต๊ะ
  3. ไมโครแวกซ์ ทำให้เทียนขึ้นรูปง่าย มีความหนืด 300 กรัม
  4. ไส้เทียน 1 เมตร
  5. น้ำมันหอมระเหยกลิ่นอะไรก็ได้ 50 กรัม
  6. สีเทียนสำเร็จรูป

วิธีทำ

  1. ละลายพาราฟินในหม้อใช้ไฟอ่อน โดยปกติฟาราฟินจะหลอมละลายในอุณหภูมิ 50-60 องศาเซลเซียส
  2. เมื่อพาราฟินละลายแล้วใส่สีเทียนสำเร็จรูปลงไป คนให้สีละลายสม่ำเสมอ
  3. ใส่ใส้เทียนลงในพิมพ์ให้สูงกว่าพิมพ์ประมาณ 5 เซนติเมตร ตักน้ำเทียนเทลงใส่พิมพ์ในขณะทีกำลังร้อน
  4. รอให้เทียนแข็งตัวก็นำไปขายได้

กำไร

ต้นทุนการทำเทียนอโรม่าจะอยู่ที่ประมาณ 40% ของราคาขาย ส่วนกำไรนั้นค่อนข้างสูงทีเดียวคือ 60%

แหล่งซื้อวัตถุดิบทำเทียนและอุปกรณ์

แหล่งใหญ่ ๆ อยู่ที่พาหุรัตน์และจตุจักร

 

ทำแล้วเอาไปขายได้ที่ไหน

อย่างที่บอกถ้าเราไม่ขายปลีกก็นำไปส่งตามสถาบันความงาม แต่ถ้าจังหวัดที่ท่านอยู่หาที่ส่งยากก็ลองขายเองดูก็ได้ เทียนหอมอโรม่าขาย ไม่ยาก จะเปิดแผงขายที่ตลาดนัดก็เข้าที จัดร้านให้สวยงามจะได้ดึงดูดลูกค้า และอย่าลืมจุดเทียนหอมสัก 1 กลิ่นเพื่อดึงดูดความสนใจของลูกค้า เป็นการประชาสัมพันธ์สินค้าไปในตัว หรือจะขายออนไลน์ก็ได้โดยการเปิดเว็บไซน์ขึ้นมาสักเว็บไซต์หนึ่ง ขายผ่านเว็บไซต์เดี๋ยวนี้ไม่ต้องลงทุนมาก เพราะมีหลายเว็บให้บริการเปิดร้านค้าฟรี กลุ่มลูกค้าจะกว้างขึ้น

เทียนหอมอโรม่าเพิ่มมูลค่ายังไง

เทียน หอมที่เราหลอมใส่พิมพ์แบบธรรมดา มีสีเดียวรูปร่างก็ไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหรแน่นอนว่าราคาก็จะธรรมดาตามไปด้วย ลองทำเทียนหอมอโรม่าในรูปแบบอื่น ๆ เช่น รูปดอกไม้ รูปตุ๊กตา ซึ่งการทำเทียนหอมอโรม่าในรูปแบบนี้ต้องอาศัยฝีมืออยู่เหมือนกัน
การ ทำเทียนหอมอโรม่าไม่ได้มีแต่วิธีหลอมอย่างเดียว ถ้าสนใจทำเทียนในรูปลักษณ์แปลกตาท่านอาจจะซื้อพิมพ์เทียนแบบกดหรือไปเรียน วิธีปั้นขึ้นรูปเทียนในรูปแบบอื่น ๆ เพิ่มเติม ยิ่งเทียนมีรูปลักษณ์ที่สวยแปลกตาขึ้นเท่าไหร่ ราคาขายจะสูงขึ้นเท่านั้น
ถ้า ไม่มีฝีมือประดิบประดอยเทียนจะลองจัดเทียนหอมใส่แพ็กเกจสวย ๆ ขายดูก็ได้ จะได้ดูน่าซื้อขึ้น ถ้ามีแพ็กเกจเราสามารถพิมพ์ข้อมูลของกลิ่นเทียนเพื่อจูงใจลูกค้าได้ อาทิเช่น เทียนหอมอโรม่ากลิ่นลาเวนเดอร์ เราอาจจะพิมพ์คำโฆษณาลงไปว่า “เทียนหอมกลิ่นลาเวนเดอร์ ผ่อนคลายความเมื่อยล้า ช่วยให้หลับสบาย” เป็นต้น
การ ขายเทียนหอมอโรม่าทีละมาก ๆ ในรูปแบบของของชำร่วยก็น่าสนใจอยู่เหมือนกัน และยิ่งมีการบริการออกแบบเทียนหอมตามใจลูกค้าด้วยยิ่งดีใหญ่ เช่น การเขียนข้อความลงบนเทียนหอม หรือการปั้นเทียนหอมเป็นตุ๊กตาเจ้าบ่าวเจ้าสาวเป็นต้น
ตลาด ขายเทียนหอมยังเปิดกว้างอยู่ทั้งเทียนหอมไล่ยุงและเทียนหอมกลิ่นอโรม่า ถึงจะมีคู่แข่งเยอะ ถ้าตั้งใจทำจริง ๆ และหาจุดขายให้แปลกจากของคนอื่นแล้วล่ะก็ เทียนหอมอโรม่าของคุณก็จะสามารถครองตลาดได้เหมือนกัน

ที่มา: ohomakemoney.com

Tuesday, August 27, 2013

ไม่มีวันตาย! อาชีพทําดอกไม้จันทน์ขาย


หาก คุณต้องการประกอบอาชีพค้าขายอะไรก็ได้สักอย่างหนึ่ง แน่นอนว่าสิ่งแรกที่คุณนึกถึงก็คือ “มันจะขายได้หรือเปล่า” จะมีสินค้าอะไรที่สามารถขายได้เรื่อย ๆ ไม่ต้องห่วงช่วงเวลาและลมฟ้าอากาศ อาชีพดี ๆ คุณอาจจะสงสัยว่าอาชีพดี ๆ แบบนี้มีอยู่ในโลกด้วยหรือ? มีค่ะ เราเก็บข้อมูลอาชีพเด็ดอาชีพนี้มาตีแผ่แล้ว บอกก่อนว่าอาชีพนี้เป็นได้ทั้งอาชีพ หลักและอาชีพเสริม เป็นอาชีพที่ทำได้เรื่อย ๆ ทำมากได้มาก ทำน้อยได้น้อย ทำไปเถอะไม่ต้องกลัวขายไม่ได้ ไม่ต้องกลัวว่าตลาดไม่มีรองรับ อาชีพนั้นก็คือ “ทำดอกไม้จันทน์ขาย

ความสำคัญของดอกไม้จันทน์

การ วางดอกไม้จันทน์เป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ยึดถือกันมานานตั้งแต่โบราณแล้ว สมัยก่อนดอกไม้จันทน์มีประโยชน์มากกว่าธรรมเนียมปฏิบัติ เพราะสมัยก่อนไม่มีการฉีดสารฟอมารีน ดอกไม้จันทน์ที่ทำจากไม้จันทน์ที่มีกลิ่นหอมจึงมีความสำคัญมากในพิธีศพ (ใช้ดับกลิ่น) แม้ปัจจุบันดอกไม้จันทน์จะถูกลดบทบาทลงไปแต่ก็ยังจำเป็นสำหรับพิธีศพอยู่ดี ปัจจุบันดอกไม้จันทน์ถูกพัฒนารูปแบบให้มีความหลากหลายและสวยงามมากยิ่งขึ้น ยิ่งดูประณีตและใช้เวลาทำมากเท่าไหร่ยิ่งตั้งราคาขายได้สูงขึ้นเท่านั้น ดอกไม้จันทน์รูปแบบประณีตจัดช่อสวยงามมักนิยมใช้สำหรับงานพิธีศพชั้นสูง บ่งบอกถึงเกียรติยศและฐานะของผู้วายชนม์ ปัจจุบันทำดอกไม้จันทน์ใช้ ใบลาน เยื่อกระดาษ เป็นวัตถุดิบ เพราะมีราคาถูกลงและไม่จำเป็นต้องใช้เพื่อดับกลิ่นเหม็นอีกต่อไป เป็นการลดต้นทุน และเพิ่มความคงทนให้ผลิตภัณฑ์

ทำแล้วขายได้จริงหรือ

ดอกไม้ จันทน์ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการตลาด จะเห็นได้จากทั้งภาครัฐและเอกชนสนับสนุนให้ประชาชนประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ขาย อาธิเช่น กลุ่มแม่บ้าน มูลนิธิ รัฐวิสาหกิจต่าง ๆ กลุ่มฝึกอาชีพ เป็นต้น ซึ่งหน่วยงานหรือบริษัทเหล่านี้จะป้อนงานให้ชาวบ้านถึงที่บ้านเลยทีเดียว ถ้าท่านสนใจอาชีพนี้ลองติดต่อกรมพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัด หรือหน่วยงานต่าง ๆ ที่สนับสนุนอาชีพในจังหวัดท่าน อาทิ กลุ่มบทบาทสตรี กลุ่มแม่บ้านต่าง ๆ เป็นต้น

ต้นทุนทำดอกไม้จันทน์ขาย

ทำดอกไม้จันทน์ขาย ลงทุนไม่มาก ครั้งแรกลงทุนค่าวัสดุอุปกรณ์ประมาณ 600 บาท ทำดอกไม้จันทน์ได้ 800 ดอก ในการทำดอกไม้จันทน์ในครั้งแรกนี้อาจจะเห็นกำไรไม่มาก เพราะทุนในส่วนนี้จะจมอยู่กับอุปกรณ์ ถ้าคุณทำไปเรื่อย ๆ กำไรก็จะเพิ่มขึ้นเอง ซึ่งในการทำครั้งต่อไปต้นทุนจะลดลง (เพราะไม่ต้องซื้ออุปกรณ์มากนัก ซื้อแค่วัตถุดิบทำดอกไม้จันทน์เพิ่มเท่านั้น)

ข้อดีของการทำดอกไม้จันทน์ขาย

  1. ขายได้เรื่อย ๆ ไม่ต้องห่วงเรื่องช่วงเวลา
  2. วัตถุดิบและดอกไม้จันทน์ที่ประดิษฐ์เสร็จแล้วสามารถเก็บไว้ได้นาน สามารถเก็บไว้รอจำหน่ายได้เป็นปี ๆ
  3. มีคนมารับซื้อถึงที่ ถ้ามีการรวมกลุ่มในชุมชน รัฐก็ให้การสนับสนุน

วัสดุอุปกรณ์ทำดอกไม้จันทน์

  1. กลีบดอก , เกสร , หนวดดอกไม้จันทน์ (วัสดุเหล่านี้ทำจากเยื่อไม้หรือกระดาษ มีราคาถูก)
  2. ริบบิ้นสีดำ , กระดาษย่นสีดำ (ซื้อแบบแผ่นมาตัดเอาเองจะถูกกว่าซื้อเป็นม้วนมีกาวสำเร็จ)
  3. ธูปและเทียนขนาดจิ๋ว
  4. ช่อประธานพร้อมหนวด , ก้านไม้ติดช่อประธาน (อาจใช้ไม้ไผ่เหลาเองเพื่อประหยัดต้นทุน)
  5. ด้ายสีขาว (คุณภาพไม่ต้องดีมาก เป็นด้ายคอตตอลธรรมดา)
  6. ลวดเบอร์ 24 และ กาวลาเท็กซ์
  7. ถุง พลาสติกใส สำหรับไว้บรรจุดอกไม้จันทน์ที่ทำเสร็จแล้ว ขนาด 16×26 นิ้ว บรรจุดอกไม้จันทน์ดอกเดี่ยวได้ 100 ดอก , แบบช่อประธานหรือแบบมัดเป็นช่อได้ 10 ช่อ)

ขั้นตอนการทำดอกไม้จันทน์

1.แบบดอกเดี่ยว
  • นำกลีบดอกเกสรจับกลีบเข้ากับก้านดอกใช้ด้านสีขาวพันให้แน่นหนา
  • เข้ากลีบดอกอีก 4 กลีบ ทากาวที่โคนมัดด้วยด้ายให้แน่น
  • นำหนวดจันทน์ 1 คู่และธูปเทียนจิ๋วมัดติดกับดอกไม้จันทน์ที่ใส่กลีบดอกและเกษรแล้ว พันด้วยด้ายและกาว
  • นำ กระดาษย่นสีดำแตะกาวเล็กน้อยที่ปลายด้านใดด้านหนึ่งแล้วค่อย ๆ พันที่ก้านจนตลอด ซ่อนรอยด้ายและกาวให้เรียบร้อย เมื่อเสร็จแตะกาวอีกครั้งที่กระดาษย่นพันเก็บกระดาษย่นให้เรียบร้อย
  • การพันกระดาษย่นสีดำที่ก้านดอกต้องพันให้แน่น ให้มองไม่เห็นก้านดอกและด้ายที่พันไว้
2. แบบช่อประธาน
  • นำดอกไม้จันทน์ดอกเดี่ยวที่ทำสำเร็จแล้วจากข้อ 1 มาเข้าช่อประมาณ 9 ดอก
  • การเข้าช่อ เข้าให้ลดหลั่นกันเป็นทรงพิรามิดคว่ำ ตกแต่งด้วยหนวดจันทน์ให้สวยงามและ พันด้ายและกระดาษย่นให้เรียบร้อย

การเก็บรักษาดอกไม้จันทน์และวัตถุดิบ

ดอกไม้ จันทน์ทำจากเยื่อไม้และกระดาษสิ่งที่ต้องระวังคือแมลงจำพวกแมลงสาบ ปลวก ฯ ควรเก็บดอกไม้จันทน์ในถุงพลาสติกมิดชิด หรือถ้าต้องการเก็บไว้นานให้ใส่กล่องพลาสติกที่มีฝาปิด ถ้าเก็บใส่ถุงพลาสติกใสตอนเก็บให้ระวังอย่าให้หนวดจันทน์พับหรือเสียรูป หรือกลีบดอกบิดเบี้ยว ห้ามวางถุงทับกันเพราะจะทำให้แบน
ที่มา: ohomakemoney.com

Monday, August 19, 2013

ไผ่กิมซุง อาชีพเสริมถูกใจคืนทุนได้เร็วไว

ช่วงเศรษฐกิจแบบนี้คนไม่มีงานทำมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นะคะ หลายคนที่มีงานอาชีพก็ยังจะหางานเสริม อาชีพเสริมกันอยู่ก็มีมาก เพราะด้วยของใช้ราคาแพงขึ้น (แต่ค่าแรงยังคงต่ำเช่นเดิม) ก็คงไม่พิลึกอะไรที่คนมีอาชีพอยู่แล้วอย่างเราๆ จะหันมาหาอาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ค่ะ


และวันนี้อาชีพหนึ่งที่น่าสนใจที่ทาง Sanook Women จะมีมาแนะนำนั่นก็ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจนั่นคือ "การปลูกไผ่กิมซุง" ค่ะ หลายคนอาจจะคิดว่าแค่ต้นไผ่จะสามารถสร้างรายได้ ได้อย่างไร ต้องขอตอบว่าได้ค่ะ เพราะ ต้นไผ่สามารถนำมาแปรรูปได้หลายอย่างไม่ว่าจะเป็น หน่อไม้ใช้ประโยชน์ต่อการบริโภคและขาย สร้างที่อยู่อาศัย ทำเครื่องมือเครื่องใช้ในครัวเรือน เช่นตะเกียบ เครื่องดนตรี ของเล่น นอกจากนี้ยังสามารถใช้ทำเยื่อกระดาษ นำไปเผาทำเป็นถ่าน ใช้ประโยชน์ด้านการดูดกลิ่น หรือนำไปทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ได้หลากหลายชนิด ใช้ในอุตสาหกรรม จากที่เล่ามาก็จะเห็นได้ว่าไผ่หนึ่งกอเราสามารถใช้ประโยชน์ได้แทบทุกส่วนเลย ละคะคุ้มค่าจริงๆเลย
เราได้เห็นประโยชน์ของต้นไผ่แล้วใช่ไหมค่ะ ทีนี่เรามาทำความรู้จักกับเจ้าต้นไผ่กิมซุงให้มากขึ้นดีกว่าค่ะ ตอนนี้หลายคนอาจจะกำลังสงสัยว่าทำไมจะต้องเป็นไผ่กิมซุง ไผ่กิมซุ่ง เป็นไผ่ที่นำเข้ามาจากประเทศจีน เป็นไผ่ที่เจริญเติบโตและให้ผลผลิตเร็วมากอีกทั้งยังดูแลง่ายเมื่อเทียบกับ ไม้เศรษฐกิจชนิดอื่นอย่างยางพาราหรือยูคาลิปตัส เพราะใช้เวลาปลูกเพียงแค่ 6-8 เดือนก็สามารถเก็บหน่อมารับประทานหรือจำหน่ายได้


ไผ่กิมซุ่ง เป็นไผ่กลุ่มหน่อใหญ่ ลำต้นสูง 20 ถึง 25 เมตร ลำมีสีเขียว ปลูกง่าย เจริญเติบโตเร็ว และให้หน่อไม้เมื่อต้นมีอายุ 6-8 เดือน จุดเด่นของไผ่พันธุ์นี้ คือ หน่อไม้ไม่มีขน เปลือกบาง เนื้อหนา น้ำหนักดี รสหวานกรอบ  การไว้ลำไผ่ต่อกอจะไว้เพียง 4-5 ลำเท่านั้น ส่วนการเก็บผลผลิตให้ได้คุณภาพดี ควรเก็บหน่อที่มีความยาวไม่เกิน 40 เซนติเมตร ถ้าใหญ่กว่านี้ หน่อจะแก่เกินไป และมีเสี้ยน ขายไม่ได้ราคา ข้อสำคัญ ระหว่างเก็บผลผลิต ไม่ควรปล่อยให้หน่อเจริญเติบโตเป็นลำไผ่ เพราะอาหารจะไม่ไปเลี้ยงหน่อ ทำให้หน่อไม้ที่เกิดมาใหม่ฝ่อได้
โดยวิธีการปลูกนั้นไม่ยาก สามารถปลูกได้กับทุกสภาพอากาศ ทุกสภาพดิน เพียงแค่คุณลงทุนซื้อต้นไผ่ ซึ่งราคานั้นไม่แพงมากเฉลี่ยนต้นละ 50 ถ้าซื้อมากก็จะยิ่งถูกลง (ส่วนใหญ่ก็จะซื้อมาขยายพันธุ์กันทีละเป็นร้อยๆ ต้น) และเมื่อปลูกได้ตามระยะเวลาที่กำหนด บางเจ้าที่ขายพันธุ์ไผ่มาก็จะขอรับซื้อคืนเลยก็มี


ซึ่งสามารถขายได้ทุกส่วนของต้น ไม่ว่าจะเป็นหน่อขายเป็นหน่อไม้ ลำไผ่ กิ่งแขนงเอามาตอนเพื่อขายต่อหรือขยายพันธุ์ได้อีก ส่วนราคาที่รับซื้ออยู่ที่ประมาณ 20-30 บาท/ก.ก. เป็นราคาส่งที่ตลาดรับซื้อนะค่ะ ส่วนราคาปลีกแล้วแต่พื้นที่ค่ะ ถ้าตัดจากต้นอายุ8เดือน การให้ผลผลิตโดยเฉลี่ย30-50ก.ก./ไร่/วัน และที่สำคัญสามารถขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่งหรือปักชำได้ อายุเพียง6-8เดือนท่านก็สามารถขยายพันธุ์เพื่อจำหน่ายได้ ถือเป็นเรื่องง่ายเลยที่มีตลาดมารองรับเสร็จ ไม่ต้องวิ่งหาตลาดระบายของ แถมได้เงินคืนในระยะเวลาอันสั้นไม่ถึงปี........เห็นอย่างนี้แล้วใครที่มอง หาอาชีพเสริม อยู่การปลูกไผ่กิมซุงก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการรายได้ เสริมนะคะ

ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก rakbankerd.com ,pantown.com ,sewii.doae.go.th

อาชีพขายก๋วยเตี๋ยวลุยสวน สูตรสาหร่าย


 
 
ก๋วยเตี๋ยวลุยสวน สูตรสาหร่ายจะพูดว่าก๋วยเตี๋ยวลุยสวนก็ไม่ค่อยได้เต็มปาก เนื่องจากว่าสูตรนี้ใช้สาหร่ายพันแทนเส้นก๋วยเตี๋ยวนั่นเอง สัมพันธ์กันสำหรับคนที่ไม่อยากรับประทานแป้งมากมากเกินไป

ส่วนประกอบสำหรับ 1 ที่
สาหร่ายแบบแผ่นใหญ่ ราวๆ 8 นิ้ว X 8 นิ้ว  2 แผ่น
ปูอัด หั่นเป็นแท่งยาว 2 แท่ง
ยี่หร่าเด็ดเป็นใบยาวๆ
สะระแหน่ 10 ใบ
ผัดกาดหอม 4 ใบ
แตงกวาหั่นเป็นท่อนยาวๆ 2 ท่อน
แครอท 4 แท่ง
เนื้อปลาทูน่าพอโดยประมาณ

วิธีทำก๋วยเตี๋ยวลุยสวน สูตรสาหร่าย
1.คลี่สาหร่ายแบบแผ่น แล้วสเปรย์น้ำเล็กน้อยเพื่อให้สาหร่ายนุ่มตัว เวลาพันจะได้ไม่หลุดออกจากกัน
2.วางส่วนผสมทั่วๆ  แล้วพันให้เป็นแท่งยาวๆ ทำ 2 แท่ง
3.หั่นให้ได้ประมาณ 6 ชิ้นต่อแท่ง กล่องหนึ่งจะมี 12 ชิ้นเล็กๆ

มูลค่าขายพร้อมน้ำยำกล่องละ 35 บาท
ซึ่งสูตรนี้อาจจะใช้แผ่นก๋วยเตี๋ยวแทนก็ได้เช่นกันค่ะ

น้ำยำสำหรับราด
1. มะม่วงเปรี้ยวสับ
2. พริกสดหั่นละเอียด
3. กระเทียมสับ
4. น้ำตาล
5. น้ำปลา
วิธีทำ
น้ำส่วนผสมทั้งหมดผสมเข้าด้วยกัน ชิมรสให้เปรี้ยว เผ็ด เค็ม หวาน
======================================================